ผ่าตัดลดโหนกแก้มเจ็บมั้ย

“ โหนกแก้ม” คือองค์ประกอบหนึ่งบนใบหน้าที่ถ้ามีขนาดกำลังดีไม่ใหญ่มากจนเกินไปก็จะทำให้หน้าดูมีมิติ แต่ถ้ามีขนาดที่ใหญ่มากเกินไปก็อาจทำให้ใบหน้าของเราดูแข็ง และดูมีอายุมากกว่าปกติ เพราะเหตุนี้การผ่าตัดลดโหนกแก้มจึงเป็นที่สนใจของคนที่มีปัญหาโหนกแก้มสูงและใหญ่

แต่สำหรับคนที่ไม่เคยทำศัลยกรรมมาก่อนหรือว่าทำแค่ฉีดเพิ่มนู่นลดนี่คงอาจจะกลัวว่าความรู้สึกของผ่าตัดจะเป็นยังไงจะเจ็บมากขนาดไหน จริงๆแล้วช่วงเวลาของการผ่าตัดบอกได้คำเดียวว่าไม่เจ็บอะไรเลยเพราะเราต้องดมยาสลบก่อนอยู่แล้ว แต่กระบวนการๆเจ็บที่เกิดขึ้นมักจะเป็นหลังจากการผ่าตัดเสร็จและอยู่ในช่วงพักฟื้นแล้วเท่านั้น อาการที่เจ็บส่วนใหญ่คือบริเวณแผลที่อยู่ในปาก เพราะการผ่าตัดลดโหนกแก้มคุณหมอจะทำการกรีดเยื่อบุผิวในปากประมาณ 3-4 เซนติเมตร และก็อย่างที่รู้กันว่าแผลที่อยู่ในปากนั้นจะหายยากกว่าแผลที่อยู่ด้านนอกเพราะจะมีน้ำลายอยู่ตลอดเวลาเลยทำให้แผลเปียกตลอด และถ้าดูแลไม่ดีแผลอาจจะติดเชื้อได้ง่ายกว่าแผลด้านนอกอีกด้วย

สรุปก็คือการผ่าตัดลดโหนกแก้ม หากถามถึงความเจ็บปวดว่าจะมากหรือน้อยนั้น คงขึ้นอยู่กับความอดทนของแต่ละบุคคลด้วย บางคนบอกเจ็บมากแต่บางคนก็อาจจะบอกว่าไม่เจ็บเลยเฉยๆเหมือนเป็นแผลร้อนในธรรมดา แต่ทั้งนี้หากเราคิดจะทำสวยแล้วก็อย่ากลัวที่จะเจ็บเลยค่ะ เพราะเจ็บทีเดียวแล้วจบเลยไม่ต้องมานั่งฉีดลดกันบ่อยๆให้เจ็บตัวหลายๆครั้งจริงมั้ยคะ

หลังผ่าตัดศัลยกรรมลดโหนกแก้ม ต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง ?

คำถามนี้คงมีหลายๆ คนที่ยังไม่รู้ วันนี้จะหาข้อมูลการดูแลตัวเองหลังจากการผ่าตัดลดโหนกแก้มมาฝากว่าข้อห้าม หรือข้อควรระวังอะไรบ้างที่เราควรรู้

– หลังจากผ่าตัดลดโหนกแก้ม 2 อาทิตย์ งดดื่มแอลกอฮอล์ สารเสพติด สูบบุหรี่ เนื่องจากการสิ่งเหล่านี้จะทำให้การไหลเวียนเลือดบริเวณจุดที่ผ่าตัดลดโหนกแก้ม ไม่ดี อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบได้

– หลังจากตัดไหมจากแผลผ่าตัดลดโหนกแก้ม ออกบริเวณรอยเย็บที่ยังบวมอยู่อาจมีไหมเหลืออยู่ อย่าพยายามเอาออกตอนนั้นเลยให้เอาออกภายหลังบริเวณแผลยุบบวมลงเพราะอาจเกิดการอักเสบของแผลได้

– หลังจากผ่าตัดลดโหนกแก้ม สามารถล้างหน้าได้หลังจากผ่านไป 2-3 วัน และ 2 อาทิตย์หากต้องการอาบน้ำหรือว่ายน้ำในสระ

– หลังจากผ่าตัดลดโหนกแก้ม แล้วบริเวณแก้ม ต้องใช้เวลาประมาณ ประมาณ3เดือน อาการชาที่ช่องฟันถึงจะหายไปอย่างปลิดทิ้ง

– ตลอด 1 เดือนหลังจากผ่าตัดลดโหนกแก้ม ให้ทานอาหารอ่อน นิ่ม ไปก่อน หากกินอาหารแข็งอาจส่งผลให้กระดูกโหนกแก้มอาจเคลื่อนและอาจต้องกลับไปแก้ไขอีกด้วย

ควรศึกษาและดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดทั้งก่อนผ่าตัดลดโหนกแก้มและหลังผ่าตัดเนื่องจากจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต หากต้องแก้ไขอาจทำให้ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมหาศาลถึงจะกลับมาดีอีกครั้ง ฝากเพื่อนๆไว้ด้วยนะคะ

ลดโหนกแก้มมีวิธีไหนบ้าง สาวๆมาดูกัน

การมีโหนกแก้มใหญ่หรือโหนกแก้มสูงสำหรับสาวๆ อาจทำให้ความมั่นใจลดน้อยลง บางคนใบหน้าไม่สมส่วน หน้าบาน จนเป็นสาเหตุที่แต่งหน้ายังไงก็ไม่สวยซักที ดังนั้นสำหรับใครที่มีปัญหานี้ คิดอยากหาวิธีลดโหนกแก้ม วันนี้ทางเรารวบรวมมาให้สาวๆ เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจและเป็นทางเลือกที่เหมาะกับตัวเองอีกด้วย มีวิธีดังต่อไปนี้ค่ะ

 

 

 

– การฉีดลดโหนกแก้ม คือการฉีดสลายไขมันบริเวณโหนกแก้ม โดยเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงต่ำและไม่ต้องผ่าตัด ที่สำคัญไม่มีแผลนะคะ จะเหมาะกับผู้ที่มีไขมันบริเวณโหนกแก้มเยอะ แต่หากสาวๆ ไม่คุมน้ำหนักดีๆ ไขมันก็อาจกลับมาเหมือนเดิมจนทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายรอบเลยทีเดียว

– การฉีดโบท๊อกซ์ลดโหนกแก้ม จะคล้ายๆ กับวิธีฉีดลดโหนกแก้ม แต่จะเหมาะกับผู้ที่มีโหนกแก้มใหญ่เนื้องจากมีกล้ามเนื้อตรงส่วนนั้นค่อนข้างมาก ซึ่งการฉีดโบท๊อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นมีขนาดเล็กลงแต่จะอยู่ได้ชั่วคราวแค่ 3-6 เดือนเท่านั้น

– การกรอโหนกแก้ม หรือเหลาโหนกแก้ม เป็นวิธีการลดโหนกแก้มที่นิยมมาก เนื่องจากอยู่ถาวรและไม่มีแผลซึ่งแพทย์จะผ่าตัดที่บริเวณกระพุ้งแก้มด้านในช่องปาก

– การตัดโหนกแก้ม เป็นวิธีการลดโหนกแก้มที่เหมาะกับสาวๆ ที่มีปัญหาโหนกแก้มสูงหรือกางออกทำให้หน้าบาน วิธีนี้ค่อนข้างซับซ้อนและยุ่งยาก และอาจมีแผลให้เห็นได้เนื่องจากต้องเปิดแผลจากหลังแก้ม แต่ก็สามารถลดโหนกแก้ม ได้อย่างชัดเจนและปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูดีขึ้น

เป็นไงบ้างค่ะ สำหรับวิธีการลดโหนกแก้มต่างๆเพื่อความสวยและความมั่นใจของสาวๆ ควรศึกษาแต่ละวิธีเพื่อหาวิธีที่เหมาะกับตัวเองและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะได้หาวิธีที่เหมาะสมกับใบหน้าและเงินในกระเป๋าเราด้วยค่ะ